Untitled Document
» หน้าแรก

Knowledge Management - KM

ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management)
 
-:- Registrat!on -:-

หน้าหลัก » งานวิจัย » งานวิจัย ภายใน » KM แนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างไรให้ได้รับทุนสนับสนุน
prawitri.d KM แนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างไรให้ได้รับทุนสนับสนุน
โพสเมื่อ 2020-04-29 14:03:42  แก้ไขล่าสุด 2020-04-29 14:03:42
 

บทความ การจัดการความรู้ (Knowledge management – KM) ด้านการวิจัย

เรื่อง แนวทางการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างไรให้ได้รับทุนสนับสนุน

โดย สำนักงานบริหารการวิจัย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้

        การเรียนการสอน ระดับอุดมศึกษาในปัจจุบัน การวิจัย ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาระงานหนึ่งที่คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยสายวิชาการทุกคนต้องปฏิบัติ แน่นอนว่าผลงานวิจัยที่ได้นั้นสามารถนำไปพิจารณาผลงานในแต่ละปี แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดในการทำงานวิจัย คือ ช่วยกระตุ้นให้รู้จักคิด ค้นคว้าหาความรู้ใหม่อยู่เสมอ และก้าวทันเทคโนโลยี จนสามารถปรับใช้บูรณาการกับการเรียนการสอนได้ ซึ่งถือเป็นภารกิจหลักของอาจารย์ทุกคน โดยขั้นตอนแรกสุดของการทำงานวิจัย คือ ต้องเขียน โครงร่างงานวิจัย (Research Proposal) เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงขอบเขต ขั้นตอนและรายละเอียดในแต่ละขั้นตอนของการทำงานวิจัยแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือในการพิจารณาของอนุมัติงบประมาณสำหรับทำงานวิจัย เพื่อให้ผู้พิจารณาอนุมัติเชื่อว่า การวิจัยที่จะทำมีระเบียบวิธีการวิจัยที่ดี มีความเป็นไปได้ในการทำให้สำเร็จและมีประโยชน์ สมควรได้รับการอนุมัติให้ทำการวิจัยได้

          สำนักงานบริหารการวิจัย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการทำงานวิจัย จึงได้ทำการจัดการความรู้เกี่ยวกับ “เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างไรให้ได้รับทุนสนับสนุน” ด้วยการระดมแนวคิดและประสบการณ์จากนักวิจัยที่เป็นกลุ่มผู้ให้ความรู้ ที่เคยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภายในและภายนอกสูงสุดของแต่ละคณะ สำนักงานบริหารการวิจัยจึงมั่นใจได้ว่าการจัดการความรู้ครั้งนี้จะทำให้ได้เทคนิคการเขียนโครงร่างงานวิจัยให้ได้รับเงินสนับสนุน จากนั้นถ่ายทอดไปยังกลุ่มเป้าหมาย (ผู้รับความรู้)  ดังนี้

1. หาให้เจอ

          หาแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยมีทั้งงบประมาณรายได้มหาวิทยาลัย และงบประมาณแผ่นดิน ได้แก่ วช. สกอ. สกว. และหน่วยงานอื่น ๆ หรือการสืบค้นจากเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ต ที่สะดวก คือ BIODATA เป็นฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย ซึ่งต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อนแต่จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก ทำให้รู้แหล่งทุนทั้งในและภายนอกประเทศครบถ้วย จะได้รู้ช่วงเวลาการขอทุนและเงื่อนไขของแหล่งทุนนั้น ๆ จะได้มีเวลาเพียงพอในการเตรียมการต่อไป

          หาความสนใจและความถนัดในงานวิจัยด้านใด มีบุคคลหรือหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนในการดำเนินการวิจัยเรื่องนั้น ๆ ได้หรือไม่ ข้อสำคัญงานวิจัยนั้นต้องมีประโยชน์ต่อส่วนรวม พัฒนาองค์ความรู้ใหม่ มีคุณค่าต่อการพัฒนาในอนาคต

2. เลือกให้โดน

          เลือกแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยให้เหมาะสมกับงานวิจัย เพราะบางแหล่งทุนมีการกำหนดขอบเขตและรายละเอียดของภารกิจให้ผู้วิจัยอยู่ก่อนแล้วหรือที่เรียกว่า TOR (Team of Reference) หรือเลือกหัวข้อวิจัยจากปัญหาจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่น

3. ค้นให้เป็น

          ค้นคว้าและศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย จะได้ตีโจทย์วิจัยให้แตกว่าสำคัญเร่งด่วน คือ เรื่องอะไร สามารถสืบค้นตัวอย่างงานวิจัยจากฐานข้อมูลในประเทศอย่าง Thai Digital Collection (TDC) หรือจากฐานข้อมูลที่เป็นสากลเช่น Science Direct และ American Chemical Society (ACS)

4. เขียนให้ได้

          การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย ต้องทำตามรูปแบบของแหล่งทุนสนับสนุนงานงานวิจัยทุกประการ โดยรูปแบบจะขึ้นอยู่กับแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยเป็นผู้กำหนด แต่จะมีรูปแบบและหัวข้อที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้

          4.1 ชื่อโครงการวิจัย

          ตั้งชื่อโครงการวิจัยให้น่าสนใจ ทันต่อเหตุการณ์เป็นเรื่องที่วิจัยได้ และควรแก่การค้นหาคำตอบ โดยมีการสื่อด้วยคำสำคัญ ตั้งตามประเด็นปัญหาเรื่องราวที่ต้องการศึกษาเพื่อค้นหาคำตอบเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา และต้องสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ หรือแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัย

          4.2 คณะนักวิจัย

          ควรมีประวัติโดยย่อ (Profile) ของการทำงานที่สอดรับกับเรื่องที่ทำวิจัย โดยรายละเอียดมักปรากฏแนบท้ายของโครงร่างงานวิจัย

          4.3 ที่ปรึกษาโครงการวิจัย

          ที่ปรึกษาโครงการวิจัยอาจมีหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ให้ทุนสนับสนุน ถ้าต้องมีก็จะคล้ายกับคณะนักวิจัยแต่อาจมีประวัติโดยย่อที่ดีกว่า

          4.4 ความสำคัญและที่มาของการวิจัย

          อธิบายความจำเป็น และคุณค่าที่จะได้รับอย่างมีเหตุผล อาจมาจากทฤษฎีหรือแนวคิดทางทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่วิจัย ในบางแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัย อาจต้องมีผลงายวิจัยเบื้องต้นของผู้ขอทุนที่สอดคล้องกับเรื่องที่ทำมาประกอบในการเขียน เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มและความเป็นไปได้ที่จะทำงานวิจัยเรื่องนั้น ๆ ได้สำเร็จ

          4.5 ปัญหาวิจัย

          อธิบายปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนของสภาพการณ์ของปัญหาแยกเป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ว่าที่ผ่านมีการแก้ปัญหาอย่างไร ในปัจจุบันสภาพของปัญหาเป็นอย่างไร ถ้าไม่หาทางแก้ปัญหาจะเกิดผลเสียอย่างไรในอนาคต

          4.6 วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย

          บอกถึงความต้องการในการค้นหาคำตอบ เขียนให้ชัดเจน ไม่คลุมเครือเจาะจง สมเหตุสมผล และเขียนเป็นประโยคบอกเล่า อาจเขียนเป็นวัตถุประสงค์หลักแล้วตามด้วยวัตถุประสงค์ย่อยตามลำดับเหตุการณ์ของการวิจัย

          4.7 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย

          สามารถเขียนเป็นข้อ ๆ ได้ ทั้งนี้ ไม่ควรเขียนเพื่อรู้ เพื่อทราบ เพื่อได้ผลการวิจัยหรือเขียนล้อกับวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย พยายามแสดงให้เห็นผลการวิจัยหรือเขียนล้อกับวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย พยายามแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของโครงการ การนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคมอย่างไร อาจนำไปสู่การจดทรัพย์สินทางปัญญา การตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับชาติหรือนานาชาติ และระบุว่ามีใครบ้างที่ได้ประโยชน์ให้ชัดเจน แต่ไม่ใช่บอกว่าได้รายงานวิจัยหรือได้พัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่

          4.8 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องและเอกสารอ้างอิง

          4.8.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

                   ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยในแต่ละข้อที่ระบุไว้ตามลำดับ และที่สำคัญอย่างเขียนยาวในแต่ละอ้างอิงควรสรุปสั้นๆ เลือกประเด็นที่นำมาใช้จริง ๆ อาจเป็นงานวิจัยที่เกี่ยวข้องใหม่ภายใน 5-10 ปี

          4.8.2 เอกสารอ้างอิง

                   เป็นส่วนที่แสดงถึงการค้นคว้าศึกษาอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งสารสนเทศต่าง ๆ ที่นำมาเป็นข้อมูลความรู้ประกอบในการเขียนโครงร่างงานวิจัย ดังนั้น การเขียนเอกสารอ้างอิง จึงต้องมีระบบ และระเบียนแบบแผน เพื่อบอกถึงบอกถึงแหล่งที่มาของข้อมูลเนื้อหาที่อ้างอิง ผู้อ่านสามารถติดตามค้นหาถึงแหล่งสารสนเทศที่อ้างอิงมาได้ รวมถึงการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของผลงานที่อ้างอิงถึง และต้องมีจำนวนเอกสารอ้างอิงเท่ากับที่อ้างอิงไว้ในโครงร่างงานวิจัย (ไม่ขาดไม่เกิน) ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ มีความสม่ำเสมอของการเยียนที่ถูกต้อง

          4.9 ระเบียบวิธีวิจัย

          ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยในแต่ละข้อที่ระบุไว้ตามลำดับ แล้วอธิบายขั้นตอนการวิจัยอย่างชัดเจน เหมาะสม และครบถ้วยในแต่ละวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย เพื่อนำไปสู่การค้านหาคำตอบและการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรบ้าง มีการดำเนินกิจกรรมอะไร อย่างไร เมื่อไร และสามารถทำออกมาเป็นผังงานก็จะดีมาก

          4.10 ขอบเขตของการวิจัย

          เป็นการกำหนดว่าในการวิจัยครั้งนี้ ครอบคลุมประชาการและกลุ่มตัวอย่าง ตัวแปรในการวิจัย สถานที่ดำเนินการวิจัย และระยะเวลาในการวิจัย ผู้วิจัยอาจเขียนโดยแยกเป็นด้าน ๆ เช่น ขอบเขตด้านเนื้อหา ขอบเขตด้านประชาการและกลุ่มตัวอย่าง ขอบเขตด้านพื้นที่ และขอบเขตด้านระยะเวลา

          4.11 งบประมาณค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ

          ต้องแยกตามหมวดให้ชัดเจน ได้แก่ หมวดค่าจ้างชั่วคราว หมาดค่าใช้สอย หมวดค่าตอบแทน หมวดค่าวัสดุ และหมวดค่าครุภัณฑ์ ทั้งนี้ต้องศึกษาระเบียบการเบิกจ่ายจากแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยให้ดี

          ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต้องสอดคล้องกับระเบียบวิธีวิจัย ระบุให้ชัดเจนว่าแต่ละรายการในหมวดต่าง ๆ นำไปใช้ตรงไหนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในการพิจารณาจากคณะกรรมการเข้าจะดูที่ความจำเป็นในการใช้ในงานจากระเบียบวิธีวิจัย

อื่น ๆ

          1. การทำวิจัยควรทำเป็นกลุ่มที่มาจากหลากหลายสาขาวิชา เพื่อความสมบูรณ์ของผลงานวิจัย

          2. รูปแบบของเอกสารโครงร่างงายวิจัยต้องเป็นไปตามที่แหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยกำหนดอย่างเคร่งครัด

          3. ตรวจทานอย่าให้เกิดคำผิดในเอกสารโครงร่างงานวิจัย การพิมพ์เอกสารโครงร่างต้องเป็นระบบ ระเบียบ และสม่ำเสมอ

          4. ตรวจสอบหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อนส่งและส่งให้ทันกำหนดเวลา

การเตรียมความพร้อมในการเขียนโครงการวิจัย

ขั้นตอนเตรียมการวิจัย เน้นเรื่องการกำหนดสภาพปัญหา การกำหนดชื่อเรื่อง การกำหนดวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นด่านแรกของคณะกรรมการในการเลือกที่จะเปิดอ่านในหน้าต่อไปหรือไม่ โดยต้องเข้าใจถึงความสอดคล้องของการทบทวนวรรณกรรมเอกสารงานวิจัย การกำหนดสมมติฐาน  ตัวแปร และรายละเอียด ของงานวิจัย ให้ชัดเจนในด้านประชากร เครื่องมือ วิธีการเก็บรวบรวม และ การวิเคราะห์ผล การแปลผล และการสรุปผลข้อมูล เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการเขียนรายงานการวิจัย

ข้อพึงระลึกอยู่ตลอดสำหรับการเป็นนักวิจัยที่ดีคือ การ Copy งานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเอง การทิ้งงานวิจัยกลางคัน นักวิจัยจะถูกขึ้นบัญชีดำแหล่งทุน และแหล่งทุนจะทำหนังสือแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบ

การเสนอโครงการงานวิจัยที่จะได้รับการพิจารณา

1 ต้องเขียนตามแบบฟอร์มให้ครบถ้วนทุกข้อ

2 ยื่นเอกสารให้ตรงเวลาที่กำหนด

3 การเตรียมความพร้อมในการเขียนโครงการตาม TOR เช่นการแปลความ การสื่อสารให้ชัดเจน และ ตรงประเด็น

4 ต้องเป็นงานวิจัยที่ไม่ขึ้นหิ้ง แต่ในทางกลับกันต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือต่อยอดการใช้ประโยชน์สู่การพัฒนาให้เกิดเป็นผลกระทบเป็นผลงานวิจัยที่ช่วยพัฒนาประเทศ หรือพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์

5 ต้องเป็นงานวิจัยที่สร้างจุดขาย หรือ ความแตกต่างให้สามารถประเมินความคุ้มค่าของงานวิจัยจากงบประมาณ บุคคลากร และ เวลาที่ใช้ไป

คำถามที่ผู้พิจารณาทุน มักมองหา

1 รู้หรือไม่ว่าจะมาขอทำวิจัยเกี่ยวกับอะไร

2 รู้หรือไม่ว่าต้องมีหลักอะไร มีการเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง

3 มีประสบการณ์ด้านการศึกษาและประสบการการวิจัยอะไรมาบ้าง เพียงพอที่จะให้กรรมการเชื่อว่าจะสามารถทำงานวิจัยที่ให้อย่างมีคุณภาพ

4 มีความเป็นได้แค่ไหนที่จะทำงานวิจัยให้สำเร็จ โดยผู้ตรวจสอบดูจากประสบการณ์ โจทย์การวิจัย วิธีการศึกษา การทบทวนเอกสาร กรอบแนวคิดการวิจัยตั้งคณะกรรมการเพื่อ ขอบเขต ตัวชี้วัด งบประมาณ ประโยชน์ที่ได้รับเป็นต้น

ระบบการประเมินผลงานวิจัย

ประเมินจากการช่วงการดำเนินการ และ แบ่งจ่ายงบประมาณให้ตามช่วงการดำเนินการที่แล้วเสร็จเห็นเป็นผลสัมฤทธิ์ จากคณะกรรมการ

เมื่อผลงานวิจัยไม่สัมฤทธิ์ ตามกำหนดการ และผู้วิจัยรายงานผลพร้อมหลักฐานแนบโดยสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากการละทิ้งงาน ทางแหล่งทุน จะตั้งผู้ทรงคุณวุฒิประเมินตามสภาพอีกครั้ง

 ประโยชน์ที่ท่านสามารถนำมาใช้กับการปฏิบัติงานได้ ดังนี้

การเตรียมความพร้อมในการพัฒนางานวิจัย เพื่อนำไปสู่การการของบประมาณจากหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐบาล และ ภาคเอกชน

ความเห็น/ข้อเสนอแนะอื่นๆ

มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อเป็นการส่งเสริมให้บุคคลากร อาจารย์ เจ้าหน้าที่ ได้เข้าร่วมอบรมสัมมนาในหลักสูตรระยะยาว  ซึ่งเป็นการช่วยเปิดมุมมองความคิด และสามารถปรับปรุงตนเอง เพื่อให้เกิดผลงานวิจัยที่ช่วยพัฒนาประเทศ หรือพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ได้

บทสรุปของการถอดประสบการณ์ “เทคนิคการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยอย่างไรให้ได้รับทุนสนับสนุน”

          การเขียนโครงร่างงานวิจัยให้ได้รับเงินสนับสนุนนั้น นับเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานวิจัยที่สำคัญ เพราะหากเขียนแล้วไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากแหล่งทุนก็ไม่สามารถเกิดงานวิจัยได้ และแหล่งทุนสนับสนุนงานวิจัยมีมากมายหลายแหล่ง การเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับเงินต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของแหล่งทุนนั้น ๆ สำหรับผู้เขียนคุ้นเคยกับการเขียนโครงร่างงานวิจัย เพื่อขอรับเงินจากงบประมาณแผ่นดิน ที่จัดสรรผ่านมหาวิทยาลัยเพียงเท่านั้น

          ก่อนจะเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย ต้องถามตัวเองก่อนว่าสนใจและมีความถนัดในด้านใด มีบุคคลหรือหน่วยงานที่สามารถสนับสนุนในการดำเนินงานวิจัยเรื่องนั้น ๆ ได้หรือไม่ สืบค้นว่ามีผู้ทำมาก่อนแล้วหรือยัง มีผลงานวิจัยหรือหลักทางวิชาการที่จะสนับสนุนมาก่อนหรือไม่ และข้อสำคัญคือ งานวิจัยนั้นต้องมีประโยชน์ต่อส่วนรวม สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ (สำคัญมาก) กระบวนการหรือวิ ธีการต้องดีกว่าเดิม ช่วยลดต้นทุนหรือผลกระทบต่อหน่วยงานที่นำไปใช้ประโยชน์ โครงร่างงานวิจัยที่ดีต้องกระชับ บอกถึงประโยชน์ของงานวิจัยนั้นได้ สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง เป็นงานวิจัยเชิงบูรณาการหรือสหวิทยาการ (Multidisciplinary) และมีลักษณะเป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์

ส่วนประกอบที่สำคัญของการเขียนโครงร่างงานวิจัย

          1. ชื่อโครงการวิจัย มีความน่าสนใจหรืออยู่ในความสนใจ สอดคล้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ไม่ซ้ำ เป็นการค้นหาความรู้ใหม่ มีประโยชน์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ และความรู้ความถนัดของผู้วิจัย

          2. คณะผู้วิจัย ควรประกอบด้วยนักวิจัยต่างสาขา/ต่างสถาบัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นงานวิจัยเชิงบูรณาการ

          3. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของหัวข้อวิจัยที่จะทำ ไม่สั้นหรือยาวเกินไป (ประมาณ 2 หน้า) อ่านแล้วให้ตระหนักว่าปัจจุบันมีปัญหาในเรื่องนี้อย่างไร หรือมีผลกระทบกับเศรษฐกิจอย่างไร นำเสนอผลงานวิจัยที่ผ่านมามีอะไรบ้างที่สามาระนำมาใช้สนับสนุนหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แสงดให้เห็นถึงสิ่งที่ยังเป็นช่องว่างในผลงานวิจัยที่ผ่านมาและจะเป็นสิ่งที่จะศึกษาในงานวิจัยนี้ หรือเป็นการขยายงานวิจัย (ต่อยอด) จากงานวิจัยที่ผ่านมา

          4. วัตถุประสงค์ คือ สิ่งที่ต้องดำเนินการเพื่อตอบคำถามวิจัย โดยวัตถุประสงค์ของงานวิจัยกับหัวข้อวิจัยต้องสอดคล้องกัน มีความชัดเจน และเฉพาะเจาะจง ไม่คลุมเครือ

          5. การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ควรนำเสนอสาระเกี่ยวกับผลงานวิจัยที่ผ่านมาในอดีต (ไม่ควรเกิน 10 ปี) ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นวิจัยที่จะทำ โดยเฉพาะผลงานที่ใช้ระเบียบวิธีแก้ปัญหาที่คล้ายกับวิธีที่จะใช้ในงานวิจัยนี้ด้วยการเขียนในแบบภาษาของตัวเองแต่ยังคงความหมายเดิม และมีการอ้างอิงตามหลักวิชาการของรูปแบบที่ใช้

          6. วิธีดำเนินการวิจัย เลือกวิธีการวิจัยที่เหมาะสม อธิบายขั้นตอนการวิจัยอย่างชัดเจน และครบถ้วนตามวัตถุประสงค์

          7. แผนการดำเนินงานวิจัย แสดงถึงความสมดุลทั้งด้านเวลา และทรัพยากรในการทำวิจัย เช่น ในเดือนแรกไม่ควรเขียนว่าทบทวนวรรณกรรม ควรจะเป็นการเริ่มต้นทำวิจัย และช่วงเดือนสุดท้ายควรมีการเขียนบทความด้วยนอกเหนือจากรายงานการวิจัย

          8. การกำหนดงบประมาณการวิจัย ต้องเหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไป และสอดคล้องกับกิจกรรมการวิจัย

          9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของโครงการผลงานวิจัยที่ได้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมอย่างไร สามารถจดสิทธิบัตรได้ และสามารถตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือนานาชาติได้

          ดังนั้นข้อเสนอโครงการวิจัยที่ดีอาจใช้เวลามาก นักวิจัยควรมีการเตรียมตัว มีการวางแผนล่วงหน้า มีการเขียนโครงร่างไว้คร่าว ๆ แก้ไขปรับปรุง ตรวจสอบคำผิด รวมทั้งควรใช้ภาษาในการเขียนให้ถูกหลัก กระชับ เป็นทางการ สื่อสารชัดเจน ให้คำที่เหมือนกันตลอดโครงร่าง โดยเฉพาะชื่อตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยจัดทำข้อเสนอตามแบบฟอร์มของแหล่งทุน ตรวจสอบหลักฐาน เอกสารต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนส่ง และข้อสำคัญคือส่งให้ทันกำหนดเวลา

รวบรวมข้อมูลโดย : สำนักงานบริหารการวิจัย วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้ 2562

เอกสารอ้างอิง

 

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม. (ม.ป.ป.). เทคนิคการเขียนโครงร่างงานวิจัยให้ได้รับเงิน          สนับสนุน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม.

ผู้โพส :