Untitled Document
» หน้าแรก

Knowledge Management - KM

ระบบจัดการความรู้ (Knowledge Management)
 
-:- Registrat!on -:-

หน้าหลัก » การเรียน-สอน » การเรียนการสอน » การตัดเกรด
wirat.t การตัดเกรด
โพสเมื่อ 2012-06-01 14:18:13  แก้ไขล่าสุด 2012-06-22 14:33:29
 

แนวทางการตัดสินผลการเรียน

 

การจัดการเรียนการสอนให้นักศึกษาทั่วไปประสบความสำเร็จถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญของวิทยาลัย การทำให้ระบบการเรียนการสอนและการประเมินผลที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมเป็นหน้าที่ของอาจารย์และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง การทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความสำเร็จการศึกษาจะทำให้เพิ่มความเชื่อถือต่อวิทยาลัย และจะนำไปสู่ความก้าวหน้าของวิทยาลัย แนวปฏิบัติต่อไปนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการตัดสินผลการเรียนตามหลักวิชาและบริบทของวิทยาลัย

 

แนวคิดพื้นฐาน

            1. การตัดสินผลการเรียนต้องยึดหลักวิชา และปัจจัยแวดล้อมตามความเหมาะสม

            2. การตัดสินผลการเรียนควรสอดคล้องกับริบทต่างๆ เช่น ระบบการเรียนการสอน สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อและอุปกรณ์ และนักศึกษา

3. พยายามทำให้ความคลาดเคลื่อนในการตัดสินผลการเรียนน้อยที่สุด ความคลาดเคลื่อนที่ทำให้ผู้สมควรสอบได้เป็นผู้สอบตกมีความร้ายแรงมากกว่าการให้ผู้สอบตกเป็นผู้สอบได้

            4. การตัดสินแบบอิงกลุ่มสามารถใช้ได้ทั่วไป และสามารถใช้ได้เหมาะสมกับหลายวิชาในวิทยาลัย

            5. การตัดสินผลการเรียนแบบอิงเกณฑ์ ตามหลักวิชาแล้วจะต้องมีผู้สอบผ่านมากว่าแบบอิงกลุ่ม หรืออาจไม่มีผู้ตก (ต่ำกว่า C) มิเช่นนั้นต้องเป็นความไม่สอดคล้องระหว่างกระบวนการเรียนการสอน การวัดและตัดสินผลการเรียน กับแนวทางการเรียนการสอนแบบอิงเกณฑ์ (Mastery Learning)

            6. การตัดสินผลการเรียนแบบอิงเกณฑ์ มิใช่ มีเพียงเกณฑ์ ตัดเกรด กับคะแนนเก็บ คะแนนสอบ แล้วนำมาตัดเกรดเท่านั้น  ต้องรวมถึงกระบวนการสอน การออกข้อสอบ การให้โอการต่างๆ การสอบซ่อม การปรับปรุงผลงาน การผ่อนปรนเวลา เป็นต้น

            7. เกณฑ์ในการประเมินผลแบบอิงเกณฑ์สามารถยึดหยุ่นได้ตามความเหมาะสม

            8. การประเมินผลตามแนวคิดใหม่เน้นที่การการประเมินตามสภาพจริง ซึ่งการประเมินงานที่มอบหมายถือว่าเป็นใกล้เคียงกับสพาพจริง ดังนั้นการให้งานและคะแนนส่วนนี้มากขึ้นจะสอดคล้องกับแนวคิดใหม่  โดยเฉพาะวิชาโครงงานส่วนใหญ่ควรได้เกรด  C หรือ B ขึ้นไป

            9. ตามปกติวิชาพื้นฐานการศึกษาเป็นวิชาเบื้องต้นเพื่อการรอบรู้ของนักศึกษา ไม่ควรมีผู้สอบตกมาก หรือบางวิชาไม่ควรมีผู้สอบตกต่ำกว่า Cเช่นวิชาทักษะการคิด วิชานันทนาการ

เป็นต้น

            10. นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งอยู่ในช่วงของการปรับตัว ต้องการการดูแลมากในเรื่องการเรียนการสอน           

11. ผลการเรียนของนักศึกษาเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้สอน สาขาวิชา คระและวิทยาลัยที่จะต้องร่วมกันดูแล และสนับสนุน

           

ปรากฏการณ์

            1. ในภาค 2/2553 พบว่ามีผู้สอบตกมากเกินกว่าปกติ โดยเฉลี่ยของแต่ละสาขาประมาณร้อยละ 30-35  มีอยู่สาขาหนึ่งสูงถือร้อยละ 55  ทำให้ไม่จบตามกำหนด และออกกลางครันกันมาก  โดยรวมอัตรานักศึกษาปีที่ 1 ออกในภาคเรียนที่ 2 สูงมาก มีเพียงสาขาเดียวที่ไม่มีปัญหา

            2. วิชากลุ่มเล็กไม่ถึง 10 คน หลายวิชามีผู้สอบตกมากกว่าครึ่ง  และมีผู้สอบตกในวิชาโครงงานทั้งๆที่ผลงานผ่าน

            3. บางสาขาวิชามีผู้เรียน  ประมาณ 8  คน ออกไป 3-4 คน จบไป 2 คน ที่เหลืออยู่ปี 5

            4. กำหนดเกณฑ์การให้เกรดสูงเหมือนกันหมดไม่มีการยืดหยุ่น  กำหนดสัดส่วนคะแนนงานภาคปฏิบัติไว้น้อย ลักษณะข้อสอบไม่ค่อยสอดคล้องกับการวัดผลแบบอิงเกณฑ์ จึงทำให้มีผู้สอบตกมาก

            5. การให้คะแนนภาคปฏิบัติไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การตัดเกรด เช่นบอกว่าผลงานผ่านแต่ให้คะแนน ประมาณ ครึ่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ระดับ D 

            6. นักศึกษาปีหนึ่งจำนวนไม่น้อยไม่เข้าเรียน ไม่สอบปลายภาค และไม่มาลงทะเบียนในภาคเรียนที่ 2 อาจเป็นเพราะเห็นคะแนนสอบกลางภาคและเกณฑ์การตัดเกรดแล้วขาดความมั่นใจที่จะสอบได้และสำเร็จการศึกษา

            7. มีผู้สอนบางท่านเข้าใจว่าการสอบตกคือ F ถ้าได้ D ถือว่าสอบได้  และรู้สึกว่าการสอบตกเป็นผลของการกระทำของนักศึกษาเป็นหลัก

            8. ความยืดหยุ่นในการให้โอกาสสอบซ่อม ยืดเวลา หรือทำงานใหม่ ตลอดจนการยืดหยุ่นและทางเลือกในการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับกลุ่มนักศึกษายังมีน้อย

            9. ผู้สอนจำนวนไม่น้อยมีความรู้สึกคล้อยตามต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการปรับการตัดเกรดที่ผ่านมาโดยคณะกรรมการกำกับมาตรฐานปัจจุบัน

            10. ข้อสอบปลายภาคบางวิชาไม่มีผู้ได้คะแนนถึงครึ่ง แต่ยังยึดเกณฑ์สอบผ่านคือ 60 %

            11. บางท่านให้คะแนนและการตัดเกรดยังมีความรู้สึกแบบเดิมเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

 

 

แนวปฏิบัติ

          1. กำหนดสัดส่วนงานที่มอบหมาย หรือภาคปฏิบัติให้มากขึ้น อาจถึงร้อยละ 60 สำหรับวิชาปฏิบัติ ถ้าส่งงานครบและงานผ่าน น่าจะผ่านวิชานี้ได้ถึงแม้ว่าคะแนนสอบข้องเขียนจะน้อย

            2. ตรวจให้คะแนนภาคปฏิบัติและงานที่มอบหมายด้วยความเหมาะสม ให้สอดคล้องกับเกณฑ์การตัดเกรด รวมทั้งการตรวจข้อสอบที่มีคำถามเชื่อมโยงกันหลายข้อจากปัญหาเดียวกัน

            3. ออกข้อสอบข้อเขียนให้สอดคล้องกับการวัดแบบอิงเกณฑ์ (ตรงตามจุดประสงค์ และไม่ยาก)

            4. มีความยืดหยุ่นสอนและประเมินผล เช่น มีการสอนซ่อมเสริม มีการสอบซ่อม ให้ปรับปรุงผลงาน และยืดหยุ่นเวลา เป็นต้น

            5. ดำเนินการสอนและการประเมินผล พยายามให้มีผู้สอบตกน้อยกว่าการตัดเกรดแบบอิงกลุ่ม หรือไม่มีผู้สอบตก (การแบ่ง 5กลุ่มตามโค้งปกติจะมีผู้ได้ D+ D และ F รวมประมาณ 19 %) 

6. สำหรับวิชากลุ่มเล็กควรจัดการเรียนการสอนให้สอบได้ทุกคนด้วยกลยุทธ์การสอนต่างๆ

7. ในการประเมินผลแบบอิงเกณฑ์  ควรกำหนดเกณฑ์ที่เหมาะสม ยึดหยุ่นได้ และควรมีผู้สอบได้มากกว่าแบบอิงกลุ่ม ถ้ามีผู้สอบตกมากควรปรับเกณฑ์

9. ปกติไม่ควรมีผู้สอบตกในวิชาโครงงาน  วิชาสาระนิพนธ์ หรือวิชาสหกิจศึกษา

10. สร้างความจริงใจต่อนักศึกษาที่มีปัญหา สร้างความคุ้นเคยให้เกิดความเชื่อถือและใว้วางใจ ให้กำลังใจ และให้คำแนะนำ โดยถือว่าเป็นความภาคภูมิใจถ้าสามารถช่วยนักศึกษาที่มีปัญหาได้   

11. หัวหน้าสาขาวิชาควรตรวจสอบผู้ที่ได้เกรดเฉลี่ยต่ำแล้วช่วยแนะแนวทางแก้ไข ดูแลอย่างใกล้ชิดและรายงานผลต่อกรรมการประจำคณะทุกภาคเรียนปกติ

 

 ความสำเร็จของ นักศึกษา เป็นความสำเร็จของอาจารย์ ฝ่ยสนันบสนุน สาขาวิชา คณะและวิทยาลัย

 

.........................................................................

 

           

 

ผู้โพส :